Untitled Document

แรงบันดาลใจ..........ที่หายไป

     


การทำแผลเก่าในห้องอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน พบได้บ่อยครั้งทั้งแผลขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ มีผู้ป่วยหลายรายได้แวะเวียนผ่านเข้ามาและจากไป  แต่ทว่ายังคงมีลูกค้าขาประจำซึ่งยังคงมาทำแผลกันอยู่เสมอมา  เท่าที่สังเกตุเห็นมักพบว่ามีแผลเรื้อรังบริเวณเท้า  และมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน   นับย้อนเวลาเกือบ    2  ปีที่ผ่านมา  ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้จบการอบรมหลักสูตรพยาบาลเวชปฏิบัติ  จากคณะแพทย์ศาสตร์ม.มหิดล  และได้มาปฎิบัติงานอยู่เวรบ่าย -  ดึก    ในแต่ละวันที่ได้พบเจอผู้ป่วยเหล่านี้ ข้าพเจ้าครุ่นคิดอยู่เสมอว่า   จะมีวิธีใดบ้างนะ  ที่จะช่วยให้การดูแลพยาบาล  ให้แผลของคนไข้เหล่านี้หายเร็วขึ้นกว่าเท่าที่ได้ทำอยู่ในขณะนี้   ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้กลับไปสู่ภาวะปกติสุขเหมือนเช่นเมื่อก่อน 



                 จนเมื่อโรงพยาบาลของเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้ไปดูงาน R2R ของพรพ.   ที่เมืองทองธานี  และข้าพเจ้าก็เป็นบุคคลหนึ่งซึ่งได้รับเกียรติให้ไปดูงานกับหมู่คณะโรงพยาบาลแก่งคอยด้วย  ในงานนี้ข้าพเจ้าได้พบกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์  ซึ่งเกิดจากความตั้งใจดี + ความหวังดี  ของบุคคลสาธารณสุข   ที่ได้ทุ่มเทกำลังกายและใจสำหรับการศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนางานประจำ  แก้ปัญหาหน้างาน  และเกิดผลประโยชน์กับผู้ป่วย  ข้าพเจ้าได้รับฟังการบรรยายและเข้ากลุ่มอภิปรายเกี่ยวกับ R2R กับโรงพยาบาลอื่น ๆ  โดยที่ตัวเองมีความรู้และความเข้าใจเพียงเล็กน้อย  แต่ก็พอจะทำความเข้าใจและจับหลักการมาได้บ้าง   ซึ่งก็คือ     จากปัญหาหน้างาน   นำมาสู่กระบวนการแก้ปัญหาโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ  และนำการทำ R2R มาเป็นเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานั้นๆ



                       เมื่อกลับมาปฏิบัติงาน ณ.  ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน  ก็พบปัญหาที่ค้างคาใจของข้าพเจ้าตลอดมานั่นคือ   ผู้ป่วยแผลเบาหวานที่เท้ามาทำแผลและแผลเกิดลุกลามมากขึ้น     สภาพที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นคือหญิงวัยชราผิวขาวผมซอยสั้นสะพายกระเป๋าใบเล็ก ๆ สีม่วงของธนาคารไทยพานิชย์  นั่งรถเข็นเข้ามาทำแผลที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินเป็นประจำ  ใบหน้าของเธอดูอิดโรยและหงุดหงิด เวลาที่มาถึงห้องฉุกเฉิน  เธอจะไม่ยอมขึ้นบนเตียง  เพื่อให้พยาบาลทำแผลแต่จะวางเท้าบนที่เหยียบเท้า  ซึ่งพยาบาลแต่ละคนก็จะทำแผลตามประสบการณ์ที่ตนเองมี    สำหรับตัวข้าพเจ้าเคยได้ยินเพื่อน ๆ ส่งต่อกันถึงผู้ป่วยรายนี้  ในวันแรกที่เห็นผู้ป่วย  ข้าพเจ้าคิดว่าเป้าหมายคือ  ในคราวหน้าคนไข้ควรขึ้นบนเตียงนอนเพื่อทำแผล   ซึ่งจะสะดวกทั้งพยาบาลและผู้ป่วย    การดูแลแผลก็จะง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อีกทั้งเป็นการเสริมพลังอำนาจการดูแลตนเองให้กับผู้ป่วยทางอ้อม    ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเริ่มสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วย โดยสอบถามการคุมอาหาร    ระดับน้ำตาลในเลือด ชีวิตประจำวัน  ตลอดจนทัศนคติความเชื่อ   สำหรับคุณป้าสุนีย์จะมีปัญหาการคุมอาหาร   สำหรับความรู้ความเข้าใจการดูแลตนเองมีเพียงพอ  แค่ขาดการปฏิบัติตามและเนื่องจากเคยพบเห็นผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและถูกตัดขา  ต่อมาเสียชีวิตลง  จึงคิดว่าเป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยอมตัดอวัยวะใด ๆ เป็นอันขาด  ก่อนหน้านี้คุณป้าสุนีย์ไปแวะทำแผลที่โรงพยาบาลสระบุรี  เนื่องจากไปเยี่ยมเพื่อนบ้านที่ป่วย  จากนั้นแพทย์ให้นอนโรงพยาบาลและทำการตัดนิ้วหัวแม่เท้าซ้ายออก  ซึ่งสร้างความมาพอใจให้กับคนไข้มาตลอด    คุณป้าบอกว่า “  หมอไม่เคยถามเลยว่าจะยอมให้ตัดนิ้วหรือเปล่า   อยู่ก็มาตัดนิ้วโป้งของป้าออกไป    ป้าไม่ไปแล้วรพ. สระบุรี     หลังจากนั้นคนไข้ได้มาทำแผลที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินเรื่อยมา  ซึ่งแผลก็ไม่มีแนวโน้มจะแคบลงเลย    ระยะเวลาทำให้เรามีความคุ้นเคยกันหลังจากนั้นเวลาคุณป้าสุนีย์มาทำแผล  ก็จะมีขนมหรือกับข้าวมาฝากพยาบาลเสมอรวมถึงคนงานในเวรนั้นด้วย  ซึ่งพวกเราไม่เคยคิดหวังสิ่งตอบแทนจากคุณป้าเลย  บางครั้งดิฉันก็ชวนคุณป้าทำบุญด้วยกัน  ซึ่งคุณป้าก็ยินดี   ช่วงระยะเวลาจาก  1 เดือน เป็น  2  เดือน จวบจนเป็นปี   แผลของคุณป้าก็ยังไม่ดีขึ้นเลย    ข้าพเจ้าได้ขออนุญาตถ่ายรูปเก็บภาพแผลเอาไว้    และพยายามค้นหาความรู้จาก Internet เท่าที่พอจะมีเวลาสืบค้นได้    แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากดั่งใจคิด  สิ่งที่ทำได้คือแนะนำทางเลือกในการรักษาแผลเบาหวานที่เท้าโดยไม่ตัดอวัยวะ  นั่นคือ แนะนำสถานที่ซึ่งมีการรักษาโดยใช้การฉีดยาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์    และคุณป้าก็ได้ไปรักษาหมดค่าใช้จ่ายไปตั้งหลายหมื่นบาท   สุดท้ายทราบว่าแพทย์จะทำการเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดและต้องผ่าตัดหลอดเลือด  แต่คุณป้าปฏิเสธการรักษาเพราะสงสารลูกสาวที่ต้องใช้เงินมาก  และอยากเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาของหลาน ๆ  ช่วงระยะหลังนี้คุณป้าสุนีย์ยอมเปลี่ยนจากการนั่งรถเข็นเป็นขึ้นบนเตียงเพื่อทำแผล  บางครั้งแพทย์ก็ให้ Admitted  เพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อในช่วงที่แผลมีลักษณะไม่ดี  เป็นแบบนี้ 2-3 ครั้ง  และพอดีกับทางรพ.ให้แต่ละหน่วยงานทำ R2R ข้าพเจ้าก็คิดว่าน่าจะเลือกทำเรื่องนี้และเริ่มหาข้อมูลเท่าที่เวลาพึงมี     



             ช่วงต้นปีใหม่ทางบ้านคุณป้ามี Order สั่งอาหารมาก  คุณป้าได้ช่วยบุตรสาวในการทำอาหาร  บางครั้งแผลของคุณป้าจะมีกลิ่นเหม็นอับ และเปียกชื้น  ข้าพเจ้าได้ให้คำแนะนำการปฎิบัติตัวในการดูแลบาดแผลที่ถูกต้องให้ทราบ  แต่แผลก็ไม่ดีขึ้นเลย  แผลเปื่อย ยุ่ย สีดำ นิ้วเท้างองุ้มผิดรูป  ดูคุณป้าเริ่มปลงและท้อแท้กับการหายของแผล  พอดีมีโครงการบวชพระ 100,000 รูป  ข้าพเจ้าได้ชวนคุณป้าทำบุญ  ซึ่งคุณป้าแสดงมุฑิตาจิตของเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพลพระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 แต่แล้ว 1 สัปดาห์ก่อนทำบุญ  ข้าพเจ้าได้ทราบว่าคุณป้าได้มา Admitt  ที่โรงพยาบาลเพราะแผลไม่ดีจึงเข้าไปคุยด้วย  คุณป้าบอกว่า “ ถ้าคุณหมอจะตัดเท้าก็ยอม  แล้วแต่คุณหมอจะรักษา ” วันต่อมาทราบว่าได้ Refer   คุณป้าไปโรงพยาบาลสระบุรี และ 1 วันก่อนไปถวายเพลพระ  ข้าพเจ้าทราบข่าวจากบุตรสาวคุณป้าว่าหลังจากการผ่าตัดอาการไม่ดีขึ้น  แพทย์ได้ช่วยทำ CPR แล้วแต่คุณป้าสู้ไม่ไหว........  ซึ่งก่อนเสียชีวิต  คุณป้าได้สั่งกำชับบุตรสาวว่า “ให้ไปถวายเพลพระตามที่คุณหมอชวนไว้ให้ได้   แม่ตั้งใจทำบุญนี้มาก ”    ดิฉันอึ้งไปแต่ก็พูดปลอบใจบุตรสาวของคุณป้าว่า         คุณป้าไปสบายแล้ว  อย่าให้แกต้องกังวลใจ  ให้ตั้งสติอย่าร้องให้ฟูมฟายทุกคนมีความเสียใจที่ป้าจากไป  นับเป็นบุญของป้าที่ได้ทำบุญแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตและนับว่าประเสริฐยิ่งที่ได้มีลูกกตัญญูแบบนี้  เวลาไปทำบุญให้นึกถึงแกตลอด แกจะได้มีบุญเป็นที่พึงในสัมปรายภพ    บุตรสาวของคุณป้ากล่าวขอบคุณข้าพเจ้า  และในวันรุ่งขึ้นเมื่อข้าพเจ้าลงเวรดึกก็ได้ตามไปทำบุญกับครอบครัวของคุณป้าด้วย  ทุกคนในครอบครัวมากันพร้อมหน้าพร้อมตาและตั้งใจรับบุญกันเต็มที่  สำหรับลูกสาวคุณป้าบางคราวก็จะมีน้ำตารื้นขึ้นมาบ้างในบางครั้ง  แต่ดูแล้วเธอมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่แม่ได้สั่งไว้................แม้เป็นครั้งสุดท้าย



               เนื่องจากหน่วยงานทำการประชุมและตกลงเปลี่ยนหัวข้อในการทำ R2R  เพราะเป้าหมายคือคนไข้แผลเบาหวานที่เท้าเสียชีวิตลง  พี่ในที่ทำงานถามว่า “ ตอนนี้หน่วยงานเปลี่ยนหัวข้อการทำ R2R  ไปแล้วและคนไข้เป้าหมายก็เสียชีวิตไปแล้ว  ยังคิดจะทำ R2R แผลเบาหวานที่เท้าหรือเปล่า ”  ข้าพเจ้าตอบไปว่า  “ถึงคนไข้จะเสียชีวิตไปแล้วและหน่วยงานเปลี่ยนเรื่องทำ R2R แล้ว  แต่สำรับตัวเองคงต้องทำต่อไปเพื่อคนไข้รายอื่นๆ  จะได้รับการดูแลที่ดี   และหวังว่าน่าจะมีมาตรฐานสำหรับหน่วยงานของเราในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้  เพื่อคนไข้จะได้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ”



  จากคุณ   เวลา   IP
 


กรุณาทำการ Login ก่อนเพื่อทำการโพสต์


โรงพยาบาลแก่งคอย 107 หมู่ 8 ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
โทร. 036-244433,244611 FAX.036-246975